Privacy Policy
Thai GL co.,ltd.


นโยบายการคุ้มครองข้อมูล
ส่วนบุคคล
นโยบายในการจัดเก็บเเละ
ทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
ประกาศความเป็นส่วนตัว
สำหรับพนักงาน
ประกาศความเป็นส่วนตัว
สำหรับลูกค้า
ประกาศความเป็นส่วนตัว
สำหรับพันธมิตรทางธุรกิจ
ประกาศความเป็นส่วนตัว
สำหรับกล้องวงจรปิด
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
(Personal Data Protection Policy)
บริษัท ไทย จีแอล จำกัด (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection) ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งเป็นลูกค้า ผู้ใช้บริการ คู่ค้า/คู่สัญญา บุคลากร ลูกจ้าง หรือผู้สมัครงานของบริษัท (เรียกรวมกันว่า “ท่าน”) อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานในความเป็นส่วนตัวของบุคคล (Privacy Rights) ที่ต้องได้รับความคุ้มครองและปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งกฎเกณฑ์ที่กำหนดขึ้น โดยต้องจัดระบบเพื่อควบคุมดูแลอย่างเข้มงวดและรัดกุม เพื่อให้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลปลอดภัย มีการประมวลผลข้อมูลหรือการเก็บรวบรวมใช้หรือเปิดเผยอย่างโปร่งใสและได้มาตรฐานตามที่หน่วยงานราชการซึ่งกำกับดูแลกำหนดไว้ โดยนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เป็นแนวทางการดำเนินการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท และแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบถึงการปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน เช่น การเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผย รวมถึงสิทธิต่างๆ ของเจ้าของข้อมูลข้อมูล เป็นต้น และให้นโยบายฉบับนี้ มีผลบังคับกับทุกกิจกรรมการดำเนินงานของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล
นโยบายฉบับนี้ ใช้บังคับกับบริษัท กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท ตลอดจนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของบริษัท โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
1.1 เพื่อกำหนดบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน ผู้บริหาร พนักงาน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล
1.2 เพื่อกำหนดมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
1.3 เพื่อกำหนดแนวทางในการปฏิบัติงานของพนักงานซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
1.4 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลต่อบุคคล ลูกค้า คู่ค้าผู้ใช้บริการ ตลอดจนบุคคลอื่น ๆ ซึ่งมีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล
ในนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ คำหรือข้อความว่า
“บริษัทฯ” หมายถึง บริษัท ไทย จีแอล จำกัด
“บุคคล” หมายถึง บุคคลธรรมดา
“ข้อมูลส่วนบุคคล (Personal data)" หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ ไม่ว่าทางตรงหรือ ทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงบุคคลที่ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
"ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีลักษณะพิเศษ ๆ (Special categories of personal data)" หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับ เชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพหรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศกำหนด
"เจ้าของข้อมูลส่วน บุคคล (Data Subject)" หมายถึง บุคคลธรรมดาที่ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นระบุไปถึงแต่ไม่รวมถึงบุคคลที่ถึงแก่กรรมโดยเฉพาะ
"ผู้ควบคุมข้อมูลส่วน บุคคล (Data controller)" หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
"ผู้ประมวลผลข้อมูล ส่วนบุคคล (Data processor)" หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
"เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)" หมายถึง บุคคลซึ่งบริษัทแต่งตั้งให้ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562
"การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล(Processing)" หมายถึง การกระทำใด ๆ ต่อข้อมูลส่วนบุคคลไม่ว่าโดยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่ก็ตาม เช่น การรวบรวม การบันทึก การจัดโครงสร้างองค์กร การจัดเก็บ การปรับ การเปลี่ยนแปลง การใช้ หรือการเปิดเผยโดยวิธีการส่งผ่าน การเผยแพร่ การทำให้พร้อมใช้งาน การจัดระบบหรือการรวมกัน การจำกัด การลบหรือการทำลาย เป็นต้น
"คำจำกัดความอื่น ๆ" หมายถึง ในกรณีที่นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ไม่ได้นิยามไว้ คำนิยามให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA)
"ผู้สมัครงาน" หมายถึง ผู้สมัครงาน ผู้สมัครเข้าฝึกงาน ผู้ฝึกงาน และบุคคลใด ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้องติดต่อกับบริษัทฯในกระบวนการสรรหาหรือคัดสรรพนักงาน
"ลูกจ้าง" หมายถึง บุคคลซึ่งทำงานหรือปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ให้กับบริษัทฯ และได้ค่าจ้าง สวัสดิการ หรือค่าตอบแทนอื่นไม่ว่าจะเรียกชื่ออย่างไรจากบริษัทฯ เพื่อตอบแทนการทำงาน เช่น กรรมการ ผู้บริหาร ผู้จัดการ พนักงาน บุคลากร ผู้ฝึกงาน หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่ไม่รวมถึงผู้รับจ้างหรือผู้ให้บริการซึ่งเป็นคู่ค้าของบริษัท รวมถึง บุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครงานและบุคลากรของบริษัทฯ และให้หมายความรวมถึงผู้ที่ข้อมูลส่วนบุคคลปรากฏในเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เช่น บุคคลในครอบครัว (เช่น บิดา มารดา คู่สมรส และบุตร เป็นต้น) บุคคลที่สามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉิน บุคคลอ้างอิง (Reference Person) ผู้รับผลประโยชน์ และผู้ค้ำประกันการทำงาน เป็นต้น
"ลูกค้า" หมายถึง ผู้มาใช้บริการ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า หรือลูกค้ามอบหมายให้ปฏิบัติการแทนลูกค้า
"คู่ค้า" หมายถึง บุคคลที่เข้าเสนอราคาเพื่อขายสินค้า และ/หรือให้บริการแก่บริษัท หรือได้ลงทะเบียนเป็นคู่ค้ากับทางบริษัท หรือมีความสัมพันธ์อื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันกับบริษัท อาทิ ผู้ให้บริการ ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ วิทยากร ผู้เข้าร่วมโครงการธุรกิจ คู่สัญญา หรือบุคคลอื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน เป็นต้น
การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ จะต้องสอดคล้องกับหลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคคลกล่าวคือ
(1) เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยชอบด้วยกฎหมาย มีความโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ (Lawfulness, Fairness and Transparency)
(2) เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ขอบเขตและวัตถุประสงค์ที่บริษัทกำหนด และไม่นำไปใช้หรือเปิดเผยนอกเหนือขอบเขตและวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวมใช้หรือเปิดเผยข้อมูลนั้น (Purpose Limitation)
(3) เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเพียงพอ เกี่ยวข้อง และเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (Data Minimization)
(4) เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกต้องและดำเนินการให้ข้อมูลเป็นปัจจุบันไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (Accuracy)
(5) เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามระยะเวลาเท่าที่จำเป็น (Storage Limitation)
(6) เป็นการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่เหมาะสม (Integrity and Confidentiality) พร้อมกับกำหนดระยะเวลาในการจัดเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลจากระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา อายุความตามกฎหมาย หรือกำหนดเวลาอื่นที่กฎหมาย มาตรฐานคุณภาพ หรือระเบียบของบริษัทที่ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล จะกระทำภายใต้วัตถุประสงค์และเพียงเท่าที่จำเป็นตามกรอบวัตถุประสงค์ หรือเพื่อประโยชน์ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม โดยจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบก่อนหรือในขณะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงรายละเอียดดังต่อไปนี้
4.1 บริษัทจะทำการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์
(1) การให้บริการ ปรับปรุงคุณภาพการให้บริการ การขาย การดำเนินกิจกรรมทางการตลาด การศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อพัฒนาคุณภาพการให้บริการของบริษัทให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
(2) เพื่อประโยชน์ของเจ้าของข้อมูล เพื่อเสนอสิทธิประโยชน์ตามความสนใจของเจ้าของข้อมูล
(3) เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างและเพื่อการดำเนินการเกี่ยวกับงานบุคลากร
(4) เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย และหากกรณีมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ใหม่ บริษัทจะประกาศให้เจ้าของข้อมูลทราบโดยเร็ว
4.2 บริษัทจะทำการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ตัวอย่างเช่น ชื่อ สกุล ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด เพศ ประวัติการศึกษา หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล์ เลขประจำตัวประชาชน ข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต เลขที่บัญชีธนาคารหรือข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการธนาคารหรือการชำระเงิน หมายเลขไอพี หมายเลขบริการ Cookies MAC Address บัญชีผู้ใช้บริการ ข้อมูลการใช้บริการ บันทึกการติดต่อสื่อสารของเจ้าของข้อมูลกับบริษัท และข้อมูลอื่นใดที่อาจเกิดขึ้นในขณะที่ใช้บริการกับบริษัท เป็นต้น โดยจะทำการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตราบเท่าที่จำเป็น เพื่อวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลและตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เมื่อพ้นระยะเวลาจัดเก็บ หรือทางบริษัทไม่มีสิทธิในกาจัดเก็บหรือไม่สามารถอ้างฐานในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลแล้ว บริษัทจะดำเนินการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลนั้นด้วยวิธีการที่เหมาะสมและเป็นไปตามกฎหมายต่อไป
4.3 กรณีที่เจ้าของข้อมูลต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือสัญญาหรือเพื่อเข้าทำสัญญา บริษัทจะแจ้งถึงผลกระทบที่เป็นไปได้จากการไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลให้เจ้าของข้อมูลทราบด้วย
4.4 บริษัทอาจจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมต่อบุคคลหรือหน่วยงาน เช่น การเปิดเผยข้อมูลตามกฎหมาย ความมั่นคง หรือการให้บริการ เป็นต้น ทั้งนี้ต้องเป็นการเปิดเผยเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
4.5 บริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลโดยตรง เมื่อเจ้าของข้อมูลให้ความยินยอมมาอย่างสมัครใจ หรือโดยชัดแจ้ง และโดยวิธีการใดวิธีการหนึ่งดังต่อไปนี้
4.5.1 แบบคำขอใช้บริการ หรือขั้นตอนการยืนคำร้องขอใช้สิทธิต่างๆ
4.5.2 การทำแบบสอบถาม หรือการโต้ตอบทางอีเมล
4.5.3 ทาง เว็บไซต์ หรือ Mobile Application ของบริษัท
4.5.4 ทางข้อความสั้น (SMS)
4.5.5 ช่องทางการสื่อสารอื่นๆ ระหว่างเจ้าของข้อมูลกับบริษัท ตามแบบวิธีของบริษัท
4.6 บริษัทมีนโยบาย Cookies ตามที่บริษัทกำหนด
4.7 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทจัดเก็บบางส่วนอาจเป็นข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Data) ซึ่งบริษัทจะแจ้งขอความยินยอมโดยชัดแจ้ง เป็นต้นว่า เชื้อชาติ ศาสนา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลชีวภาพ เป็นต้น และบริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลเหล่านี้เมื่อจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบ ทั้งนี้ ในการขอความยินยอมนั้น บริษัทจะทำการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลก่อนหรือในขณะทำการเก็บรวบรวม การใช้ การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายให้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้โดยไม่ต้องขอความยินยอม
4.8 กรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลให้ข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น คู่สมรส สมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนแก่บริษัท ตัวอย่างเช่น อาจระบุเป็นที่อยู่ติดต่อฉุกเฉิน เจ้าของข้อมูลจะต้องรับรองและรับประกันว่าเจ้าของข้อมูลได้รับความยินยอมให้มีการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้
4.9 ในกรณีที่บริษัทใช้ฐานความยินยอม หรือความยินยอมโดยชัดแจ้งเพื่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับการขอความยินยอมต้องทำโดยชัดแจ้ง บริษัทจะจัดทำเป็นหนังสือหรือทำโดยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เว้นแต่โดยสภาพไม่อาจขอความยินยอมด้วยวิธีการดังกล่าวได้ และในการขอความยินยอม บริษัทจะแจ้งวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลไปด้วย และการขอความยินยอมต้องแยกส่วนออกจากข้อความอื่นอย่างชัดเจน มีแบบหรือข้อความที่เข้าถึงได้ง่ายและเข้าใจได้ รวมทั้งใช้ภาษาที่อ่านง่าย และไม่เป็นการหลอกลวงหรือทำให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเข้าใจผิดในวัตถุประสงค์ดังกล่าว
ในการขอความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะคำนึงถึงอย่างที่สุดในความเป็นอิสระของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในการให้ความยินยอมในการเข้าทำสัญญา ซึ่งรวมถึงการให้บริการใด ๆ ของบริษัทโดยไม่มีเงื่อนไขในการให้ความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นหรือเกี่ยวข้องสำหรับการเข้าทำสัญญา ซึ่งรวมถึงการให้บริการนั้น ๆ นอกจากนี้ เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลจะถอนความยินยอมที่ได้ให้ไว้เสียเมื่อใดก็ได้ โดยจะต้องถอนความยินยอมได้ง่ายเช่นเดียวกับการให้ความยินยอม เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธิในการถอนความยินยอมโดยกฎหมายหรือสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ การถอนความยินยอมย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมไปแล้วโดยชอบ อย่างไรก็ตามในกรณีที่การถอนความยินยอมส่งผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในเรื่องใด บริษัทจะแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงผลกระทบจากการถอนความยินยอมนั้น
ในการขอความยินยอมเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส หรือไม่มีฐานะเสมือนดังบุคคลซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้วตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ หรือการถอนความยินยอมของบุคคลดังกล่าว บริษัทจะดำเนินการให้เป็นไปตามที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลบัญญัติไว้
การใช้หรือการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ที่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม ทั้งนี้ บุคคล หน่วยงาน ที่บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล โดยจำเป็นต้องส่งข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลไปยังบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกใดๆ เช่น กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมบังคับคดีหรือสำนักงานบังคับคดี กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือหน่วยงานด้านความมั่นคง เป็นต้น ทั้งนี้ให้ดำเนินการเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายเท่าที่จำเป็นเท่านั้น
บริษัททำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีวัตถุประสงค์และอ้างฐานทางกฎหมาย ดังนี้
6.1 ประมวลผลข้อมูลตามฐานสัญญา (Contract) ตัวอย่างเช่น
6.1.1 เมื่อลูกค้า คู่ค้า/คู่สัญญาและผู้ใช้บริการ ติดต่อเกี่ยวกับข้อเสนอการให้บริการหรือเข้าทำสัญญากับบริษัท จำเป็นที่ ลูกค้า คู่ค้า/คู่สัญญา และผู้ใช้บริการ ต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัท เพื่อบริษัทจะได้นำข้อมูลดังกล่าวไปประมวลผลเกี่ยวกับ การให้บริการหรือการเข้าทำสัญญา หรือเพื่อติดต่อสื่อสารกับลูกค้า คู่ค้า/คู่สัญญา และผู้ใช้บริการ หรือเพื่อติดตามและแจ้งผลเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญา
6.1.2 เมื่อบุคลากรทำการสมัครเข้าทำงานกับบริษัทหรือทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบริษัทผ่านทางช่องทางต่างๆ บุคลากรจำเป็นต้องให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทเพื่อที่บริษัทจะได้นำข้อมูลดังกล่าวไปประมวลผลเกี่ยวกับการพิจารณา คัดเลือกและอนุมัติการจ้างงาน รวมถึงการนำไปใช้เพื่อคำนวณและให้สิทธิอันเกิดจากการทำงาน กำหนดและเบิกจ่าย เงินเดือน ติดต่อสื่อสารกับบุคลากรติดตามและแจ้งผลประโยชน์ที่บุคลากรได้รับแจ้งการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับผลประโยชน์หรือสิทธิอันเกี่ยวข้องกับการทำงาน และปฏิบัติหน้าที่ ตอบข้อซักถาม และแจ้งการเปลี่ยนแปลงต่างๆ
6.2 ประมวลผลข้อมูลตามฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (Legitimate Interest) ตัวอย่างเช่น บริษัทนำข้อมูลส่วนบุคลของลูกค้า คู่ค้า/คู่สัญญา และผู้ใช้บริการไปประมวลผล เพื่อการบริหารการดำเนินธุรกิจ และการจัดการความสัมพันธ์ตามข้อตกลง ซึ่งรวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียงการดำเนินการและการออกใบแจ้งหนี้ การปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยการเก็บรักษาบันทึกภายในการจัดการภายใน การสอบบัญชี การรายงาน การส่งหรือยื่นข้อมูล การประมวลผลข้อมูล หรือกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือคล้ายกัน ทั้งนี้ บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากรไปประมวลผลเพื่อการจัดการและการจัดทำรายงานภายในของบริษัท การดูแลรักษาระบบเพื่อการรักษามาตรฐานการปฏิบัติงานและให้บริการ รวมถึงการดำเนินการด้านภาษีและการจัดการความเสี่ยงของบริษัทฯ การสอบบัญชี การส่งหรือยื่นข้อมูล การประมวลผลข้อมูล หรือกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องหรือคล้ายกัน
6.3 ประมวลผลข้อมูลตามฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) โดยบริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า/คู่สัญญา และผู้ใช้บริการ ไปประมวลผลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ทั้งนี้ รวมถึงการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ตามภาระผูกพันที่กฎหมายกำหนด สิทธิและหน้าที่ภายใต้กฎหมายที่บริษัทใช้บังคับและ/หรือกระบวนการภายใน การตรวจจับการทุจริต การตรวจสอบทางกฎหมายหรือกฎข้อบังคับอื่นๆ และบริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของบุคลากรไปประมวลผลเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการจ้างงาน และการประกอบธุรกิจของบริษัท เช่น พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2562 พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2560 พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 เป็นต้น รวมทั้งกฎหมายอื่นที่บริษัทต้องอยู่ภายใต้บังคับที่กำหนดให้ส่งข้อมูล
6.4 ประมวลผลข้อมูลตามฐานระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล (Vital Interest)
6.5 ประมวลผลข้อมูลตามฐานความยินยอม (Consent) ตัวอย่างเช่น บริษัทอาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของ ลูกค้า คู่ค้า/คู่สัญญา ผู้ใช้บริการและบุคลากร ไปใช้ในการประมวลผลเพื่อการเข้าทำสัญญากับบุคคลดังกล่าว บริษัทอาจมีความจำเป็นในการประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวตามที่ปรากฏในเอกสารแสดงตัวตน (เช่น หมู่เลือด) เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของบุคคลดังกล่าว และอาจนำข้อมูลอ่อนไหวของบุคลากรไปใช้ในการประมวลผลเพื่อประกอบการช่วยเหลือบุคลากรในกรณีที่บุคลากรเจ็บป่วยหรือต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน รวมถึงการอำนวยความสะดวกแก่บุคลากรเกี่ยวกับประกันชีวิต และการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล ทั้งนี้ บริษัทจะไม่ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า คู่ค้า/คู่สัญญา ผู้ใช้บริการ และบุคลากรก่อน
อนึ่ง หากลูกค้า คู่ค้า/คู่สัญญา ผู้ใช้บริการ และบุคลากรประสงค์จะถอนความยินยอมในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีข้างต้นนี้ ลูกค้า คู่ค้า/คู่สัญญา ผู้ใช้บริการ และบุคลากรสามารถติดต่อกับบริษัทเพื่อขอถอนความยินยอมได้
บริษัทจะดำเนินการดูแลและเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความเหมาะสม ไม่ว่าจะข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะอยู่ในแบบเอกสาร ไฟล์ หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งเครื่องมือต่างๆ ที่บริษัทใช้ เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยให้เป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการรักษาความลับ ความถูกต้องครบถ้วน และความพร้อมใช้งานของข้อมูลส่วนบุคคล เป็นการป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไขหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ หรือกระทำการโดยปราศจากอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยบริษัทได้กำหนดและดำเนินมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลตามแนวทางดังต่อไปนี้
7.1 จัดให้มีมาตรการการยืนยันตัวตน (Authentication) กำหนดสิทธิ (Authorization) และการบันทึกกิจกรรม (Accounting) ในการเข้าถึง การใช้ การเปิดเผย การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด
7.2 ในกรณีที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ รวมถึงการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บบนฐานข้อมูลในระบบอื่นใด ซึ่งผู้ให้บริการรับโอนข้อมูลหรือบริการเก็บข้อมูลอยู่ต่างประเทศนั้น ต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอหรือเทียบเท่ามาตรการตามนโยบายนี้ เว้นแต่การนั้นจะเป็นไปตามกฎหมายหรือได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
7.3 ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของบริษัท จนเป็นเหตุให้มีการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลสู่สาธารณะ บริษัทจะดำเนินการแจ้งเจ้าของข้อมูลให้ทราบโดยเร็ว รวมทั้งแจ้งแผนการเยียวยาความเสียหายจากการละเมิดหรือรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลสู่ธารณะในกรณีที่เกิดจากความบกพร่องของบริษัทที่ส่งผลต่อสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
7.4 บริษัทกำหนดระเบียบให้บุคลากรทุกคนถือปฏิบัติในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า คู่ค้า/คู่สัญญา ผู้ใช้บริการและบุคลากร โดยบุคลากรที่สามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเหล่านั้นได้จะเป็นเพียงบุคลากรที่มีความจำเป็นต้องรับทราบข้อมูลเพื่อการปฏิบัติหน้าที่ของตนเท่านั้น เช่น บุคลากรที่มีหน้าที่ด้านทรัพยากรบุคคล บุคลากรที่ดูแลและบริหารสัญญาระหว่างบริษัทกับคู่ค้า/คู่สัญญา เป็นต้น
7.5 บริษัทมีการดำเนินการสอบทานและประเมินประสิทธิภาพของระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อทำการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรการที่กำหนดไว้ให้มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ
บริษัทกำหนดให้บุคลากรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลต้องให้ความสำคัญและรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทอย่างเคร่งครัด โดยกำหนดให้บุคคลหรือหน่วยงานดังต่อไปนี้ ทำหน้าที่กำกับและตรวจสอบให้การดำเนินงานของบริษัทนั้นถูกต้องและเป็นไปตามนโยบายและกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนด
8.1 คณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่รับผิดชอบได้แก่
8.1.1 กำหนดให้มีนโยบายและแนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลบุคคลและความเป็นส่วนตัว
8.1.2 กำกับดูแลให้มีการนำนโยบายไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
8.2 ผู้บริหารทุกระดับ มีหน้าที่รับผิดชอบได้แก่
8.2.1 จัดให้มีระเบียบปฏิบัติและมาตรการในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละส่วนงาน โดยให้สอดคล้องกับนโยบาย แนวปฏิบัติ กฎหมาย และมาตรฐานสากล
8.2.2 จัดให้มีผู้รับผิดชอบ เช่น หน่วยงานหรือบุคลากรที่รับผิดชอบเพื่อดูแลการดำเนินงานให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ
8.2.3 ในกรณีที่บริษัทว่าจ้างบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลจากภายนอก เพื่อให้ดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลต้องมีระบบการคัดเลือกที่มีการวางระบบการคุ้มครองข้อมูลที่ได้มาตรฐาน
8.2.4 กำกับดูแลให้มีการปฏิบัติตามนโยบายและแนวปฏิบัติและระเบียบปฏิบัติ ตลอดจนหาแนวทางพัฒนา ปรับปรุง เพื่อให้การนำไปปฏิบัติมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งมั่นใจว่ามีการรายงานผลการปฏิบัติงาน ตามนโยบาย แนวปฏิบัติและระเบียบปฏิบัติ
8.3 หน่วยงานหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้เก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล มีหน้าที่รับผิดชอบได้แก่
8.3.1 ดำเนินการและควบคุมการดำเนินการเกี่ยวกับการประมวลข้อมูลทั้งการแจ้ง ขอความยินยอม เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามระเบียบปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ กฎหมายที่กำหนด
8.3.2 ดำเนินการและควบคุมการดำเนินมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญหาย เข้าถึง ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยปราศจากอำนาจหรือโดยมิชอบตามที่กำหนดไว้ในระเบียบปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลรวมทั้งแจ้งให้ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดขึ้น
8.3.3 ดำเนินการและควบคุมการลบหรือทำลายข้อมูลเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาการเก็บรักษา หรือที่ไม่เกี่ยวข้อง หรือเกินความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม หรือตามที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ร้องขอ
8.3.4 ตรวจสอบและควบคุม ปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความถูกต้อง ทันสมัยและเป็นปัจจุบัน
8.3.5 เมื่อพบการรั่วไหลหรือการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลต้องแจ้งคณะทำงานเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบทันที
8.3.6 ดำเนินการควบคุมการบันทึกข้อมูลและรายงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลที่รับผิดชอบ
8.3.7 ประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนรับผิดชอบ บริหารจัดการและดำเนินตามมาตรการที่กำหนดเพื่อลดความเสี่ยง
8.4 คณะทำงาน PDPA มีหน้าที่รับผิดชอบได้แก่
8.4.1 ให้คำแนะนำแก่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลรวมทั้งบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
8.4.2 ดำเนินการและขับเคลื่อนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคคลให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
8.4.3 ประสานงานและให้ความร่วมมือกับกับทุกฝ่ายงานเพื่อให้บรรลุตามนโยบายนี้
8.5 เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer) หรือที่อาจเรียกชื่อเป็นอย่างอื่น มีหน้าที่รับผิดชอบได้แก่
8.5.1 ให้คำแนะนำในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่ ผู้บริหาร บุคลากร และคู่ค้า/คู่สัญญา ของบริษัทฯ
8.5.2 ตรวจตราการดำเนินงานของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
8.5.3 ประสานงานและให้ความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่พบปัญหาเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ ลูกค้า คู่ค้า/คู่สัญญาของบริษัทฯ หรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้อง
8.5.4 รักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนล่วงรู้หรือได้มาเนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่
บริษัทจัดให้มีช่องทางและอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนในการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเปิดให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลดำเนินการตามสิทธิอันกฎหมายรับรองและคุ้มครองให้ดังต่อไปนี้
9.1 สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทหรือขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม (Right of Access)
9.2 สิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนจากบริษัท ในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามาถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมถึงสิทธิขอให้บริษัทส่งต่อหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติและสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้ (Right to Data Portability)
9.3 สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตน (Right to Object)
9.4 สิทธิขอให้บริษัทดำเนินการลบหรือทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ (Right to Erasure /Right to be forgotten)
9.5 สิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (Right to Restriction of Processing)
9.6 สิทธิร้องขอให้บริษัทดำเนินการให้ข้อมูลส่วนบุคคลถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด (Right to Rectification)
9.7 สิทธิในการถอนความยินยอม (Right to withdraw consent)
9.8 สิทธิในการได้รับแจ้งข้อมูล (Right to be informed)
ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ และบริษัทอาจปฏิเสธการใช้สิทธิดังกล่าวข้างต้นของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้มีอำนาจกระทำการแทนได้หากไม่ขัดต่อกฎหมาย และอาจมีค่าธรรมเนียมในดำเนินการซึ่งบริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบ (หากมี)
เมื่อท่านเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัท บริษัทอาจจะเก็บรวบรวมข้อมูลบางประการโดยอัตโนมัติจากท่านผ่านการใช้คุกกี้ (Cookies) โดยคุกกี้นั้นคือไฟล์ขนาดเล็ก ซึ่งอาจถูกติดตั้ง และ/หรือจัดเก็บในอุปกรณ์ของท่าน อันได้แก่คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต เป็นต้น เมื่อท่านเยี่ยมชมเว็บไซต์หนึ่งๆ และคุกกี้นั้นจะถูกส่งกลับไปยังเว็บไซต์ต้นทางในแต่ละครั้งของการเข้าเยี่ยมชมในครั้งต่อๆ มา หรือไปยังเว็บไซต์อื่นๆ ที่จดจำคุกกี้นั้นๆ ได้ หรือกล่าวได้ว่าคุกกี้ก็คือข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงกับคอมพิวเตอร์ของท่าน เมื่อท่านเยี่ยมชมเว็บไซต์ คุกกี้จะทำหน้าที่ในการจัดเก็บหรือติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการใช้เว็บไซต์ของท่านและนำมาใช้ในการวิเคราะห์กระแสความนิยม (Trend) การบริหารจัดการเว็บไซต์ ติดตามการเคลื่อนไหวการใช้เว็บไซต์ของผู้ใช้บริการ หรือเพื่อจดจำการตั้งค่าของผู้ใช้บริการ คุกกี้บางประเภทนั้น มีความจำเป็น (Necessary Cookie) เนื่องจากหากปราศจากคุกกี้ที่จำเป็นประเภทนี้แล้ว หน้าเว็บไซต์อาจจะไม่สามารถใช้การได้อย่างเหมาะสม และคุกกี้ประเภทอื่นๆ จะทำให้บริษัทสามารถปรับปรุงประสบการณ์การเข้าใช้เว็บไซต์ของท่าน ปรับแต่งเนื้อหาตามความต้องการของท่าน และทำให้การท่องเว็บไซต์สะดวกมากขึ้น เนื่องจากคุกกี้จะจดจำชื่อผู้ใช้ (ในวิธีการที่ปลอดภัย) รวมทั้งจดจำการตั้งค่าทางภาษาของท่าน
อย่างไรก็ตาม โดยปกติ อินเตอร์เน็ตเบราว์เซอร์ (Internet Browser) ส่วนใหญ่จะให้ท่านตั้งค่าว่าท่านจะยอมรับคุกกี้หรือไม่ หากท่านเลือกไม่ยอมรับให้มีการติดตามโดยคุกกี้ หรือให้ลบคุกกี้ออกไป ทางเลือกของท่านอาจมีผลต่อการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน และหากไม่มีการเก็บคุกกี้ การใช้งานฟังก์ชันหรือเว็บไซต์บางส่วนอาจถูกจำกัด
นอกจากนี้ บุคคลภายนอก อาจใช้คุกกี้ผ่านเว็บไซต์ของบริษัท เพื่อนำเสนอโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของท่าน ตามประวัติกิจกรรมการของเข้าชมเว็บไซต์ของท่าน บุคคลภายนอกเหล่านี้อาจเก็บรวบรวมประวัติของท่านหรือข้อมูลอื่นเพื่อให้ทราบว่าท่านเข้าถึงเว็บไซต์อย่างไร และเว็บเพจที่ท่านเข้าไปเยี่ยมชมหลังจากที่ออกจากเว็บไซต์ของบริษัทฯ ข้อมูลที่รวบรวมผ่านระบบอัตโนมัติเหล่านี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้ก่อนหน้านี้บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ทั้งนี้ ท่านเองก็อาจตกอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวหรือนโยบายการใช้คุกกี้ของบุคคลภายนอกเหล่านั้นได้เช่นกัน บริษัทจึงขอแนะนำให้ท่านอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัว หรือนโยบายการใช้คุกกี้ของบุคคลภายนอกดังกล่าว เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่บุคคลภายนอกดังกล่าวเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วย
บริษัทอาจดำเนินการปรับปรุง ทบทวน หรือแก้ไข นโยบายฉบับนี้ได้ไม่ว่าบางส่วนหรือทั้งหมด หรือเป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของบริษัทและสอดคล้องกับกฎหมาย ประกาศหรือคำสั่งของหน่วยงานราชการที่กำหนดให้ดำเนินการ
นโยบายฉบับนี้ มีผลใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่บริษัทเป็นผู้เก็บรวบรวม ใช้และเปิดเผยและเจ้าของข้อมูลตกลงให้บริษัทมีสิทธิในการเก็บรวบรวม และนำข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลที่บริษัทได้เก็บรวบรวมไว้แล้ว (หากมี) ตลอดจนข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมในปัจจุบัน และที่จะเก็บรวบรวมในอนาคต ไปใช้ หรือเปิดเผยแก่บุคคลอื่นภายในขอบเขตที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้
บริษัทได้กำหนดแนวทางปฏิบัติในการทำสัญญาจ้างประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลกับบุคคลหรือนิติบุคคลภายนอกที่เป็นผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลไว้ดังนี้
13.1 ก่อนทำการจ้างผู้ประมวลผลข้อมูล บริษัทต้องประเมินระบบและแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้รับจ้างก่อน หากผู้รับจ้างประมวลผลไม่มีระบบการป้องกันหรือไม่เพียงพอ การทำสัญญาจ้างผู้ประมวลผล ต้องให้ผู้ประมวลผลปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติหรือประกาศที่บริษัทกำหนด
13.2 ในสัญญาจ้างต้องระบุวัตถุประสงค์ วิธีการเก็บข้อมูล การแจ้งเจ้าของข้อมูล การใช้ การส่ง การโอนข้อมูล และการกำจัดหรือลบทิ้งทำลายข้อมูล
13.3 คู่ค้า/คู่สัญญาต้องลงนามในข้อตกลงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Data Processing Agreement – DPA) ให้เป็นไปตามที่กฎหมาย หรือที่ระเบียบของบริษัทได้กำหนดไว้
13.4 เมื่อมีการจ้างผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ต้องทำการควบคุมการประมวลผลตามที่จ้างและการควบคุมการปฏิบัติให้ เป็นไปตามแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องได้กำหนดไว้
13.5 เมื่อครบกำหนดการเก็บรักษาข้อมูล ต้องติดตามและควบคุมให้ผู้รับจ้างประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ทำการลบทิ้งทำลายหรือทำให้ข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลนิรนาม (Anonymized Data) ที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ทั้งนี้ ตามระเบียบปฏิบัติที่บริษัทกำหนด หรือที่ได้ตกลงกัน
บริษัทให้ความสำคัญกับการจัดฝึกอบรมให้ความรู้และสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้กับผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับ และถือเป็นหน้าที่ของผู้บังคับบัญชาทุกคนที่จะต้องกำหนดให้บุคลากรในสังกัดของตนซึ่งเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ต้องเข้าร่วมฝึกอบรมอย่างเคร่งครัด พร้อมกับประเมินและติดตามผลเพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรจะสามารถปฏิบัติงานได้ครบถ้วนและถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
นโยบายฉบับนี้ ใช้เฉพาะการให้บริการของบริษัทและการใช้งานเว็บไซต์ของบริษัทเท่านั้น หากลูกค้า คู่ค้า/คู่สัญญา ผู้ใช้บริการ และบุคลากร ได้กดลิงค์ไปยังเว็บไซต์อื่น (แม้จะผ่านทาง เว็บไซต์ของบริษัทก็ตาม) นโยบายฉบับนี้ รวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขต่าง ๆ ของบริษัทจะไม่มีผลผูกพัน โดยลูกค้า คู่ค้า/คู่สัญญา ผู้ใช้บริการและบุคลากรจะต้องศึกษาและปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏบนเว็บไซต์เหล่านั้น บริษัทจะไม่รับผิดชอบเกี่ยวกับเนื้อหาหรือการดำเนินการต่าง ๆ ของเว็บไซต์ดังกล่าว เนื่องจากบริษัทไม่ได้เป็นผู้ให้บริการ เว็บไซต์ดังกล่าว
บริษัทกำหนดให้บุคลากรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ต้องให้ความสำคัญและรับผิดชอบในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลนี้อย่างเคร่งครัด โดยจะต้องปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับนโยบาย แนวปฏิบัติ คู่มือและกฎหมายอันเกี่ยวกับการปฏิบัติงานนั้น ทั้งนี้ ความจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ละเลยหรือละเว้นไม่สั่งการ หรือไม่ดำเนินการ หรือสั่งการหรือดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งในหน้าที่ของตนอันเป็นการฝ่าฝืนนโยบายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และ/หรือความเสียหายขึ้น บุคลากรอาจต้องรับโทษทางวินัยตามระเบียบของบริษัทและต้องรับโทษทางกฎหมายตามฐานความผิดนั้นๆ ทั้งนี้หากความผิดดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทและ/หรือบุคคลอื่นใด บริษัทอาจพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมายเพิ่มเติมต่อไป
กรณีพบเหตุอันควรสงสัยหรือเชื่อว่ามีการละเมิดการข้อมูลส่วนบุคคล การร้องเรียน หรือการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายฉบับนี้ หรือตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 หรือสอบถามข้อสงสัย สามารถติดต่อบริษัทฯ ผ่านทางช่องทางดังต่อไปนี้
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer)
สถานที่ติดต่อ 388 หมู่บ้าน ทาวน์ อิน ทาวน์ ซอยลาดพร้าว 94 ถนนลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
หมายเลขโทรศัพท์ : 02 559 3524-5
อีเมล์แอดเดรส : dpo@thaigl.co.th
นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ฉบับนี้ประกาศเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2569